แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัง เมืองคอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัง เมืองคอน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

"หนังวัวเป็นหนังควาย" โดย..อัง เมืองคอน



"หนังวัวเป็นหนังควาย"

ชีวิตหลังกระเด็นเป็นอาหาร
เหลือชิ้นงานผืนโตเจ้าโคถึก
หนังจับขึงใจชวนหวลระลึก
รูปร่างความรู้สึก...ในทรงจำ

ดอกปาหนันจำเพาะเคาะสนิม
เอามาจิ้มหนังต่อถักทอซ้ำ
สิ่วขึ้นรูปบรรจงคงกระทำ
ร่างเป็นองค์กษัตริย์นำ ฤษี นาง

ตัวยักษ์เยื้องย่องคะนองโลด
อีกโจทย์ตัวตลกยกสิ่วสร้าง
วิญญาณที่พลิ้วไหวในรายทาง
จุติวางสถิตย์ตั้งในหนังโค

เล่าเรื่องราวร้ายดีในชีวิต
พฤติกรรม จริต ความยโส
ชีวิตที่ตกต่ำซ้ำหิวโซ
ผู้เติบโตโดดเด่นเป็นเจ้าชาย

พุทธพจน์ร่ายกลอนใช้สอนศิษย์
รูปฤษีนิมิตอย่างเฉิดฉาย
ตัวยักษ์แทนชั่วทรามและความตาย
เมื่อความชั่วย่างกรายครอบครองใจ

รูปตลกกล่าวย้ำผู้ต่ำศักดิ์
ภาษาถิ่นอนุรักษ์นำมาใช้
ชั้นรากหญ้าประชากรสะท้อนไป
ยังฝังในห้วงคิดจิตวิญญาณ

เสียงปี่...ดั่งมนต์ขลังรูปหนังสัตว์
ร้อยรึงรัดพร่ำพรอดสอดประสาน
ชั้นเชิงปราดเปรียวแต่เชี่ยวชาญ
นายหนังกุมดวงมาลย์...ทุกผู้ชม

หลังยุคหนังโคเคยโอ่อ่า
กาลเวลากลบหวังเคยสั่งสม
ซีนีเพล็กซ์...นายหนังต้องนั่งตรม
ความนิยมเลือนหายจากสายตา

มือที่เคยจูงย่าฝ่าความมืด
แสงไฟฝืดเลือนลางทางข้างหน้า
ณ โรงหนังเสียงดีปี่ชวา
อยากจูงย่าแลหนังเหมือนดังเดิม...
โดย..อัง เมืองคอน

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

นี่หรือ...โดย "อัง เมืองคอน"


นี่หรือ...

---นี่หรือคือประเทศของข้าพเจ้า
ล่มสลายใต้เงื้อมเงาความร้าวฉาน
สลดแสงแหว่งวิ่นทุกวิญญาณ
ไม่เหลือดอกไม้บานแล้ววันนี้
---นี่หรือคือแผ่นดินของข้าพเจ้า
ดื่มร่ำกรำความเศร้าไปทุกที่
เปลี่ยนผ่านสู่ทุรยุค-ทุกข์ทวี
สิ้นไร้วิถีอันเคยงาม
---นี่หรือคือบ้านเกิดของข้าพเจ้า
ความรุนแรงแฝงเร้าเข้าหยาบหยาม
ความชิงชังคั่งคุประทุลาม
เข่นฆ่ากันในนามอธิปไตย
---จะสร้างชาติได้อย่างไรในเถ้าธุลี
ท่ามผงคลีผลิดอกไม้-จะได้ไหม
ข้าพเจ้าจึงหลงทางกลางเมืองไทย
ที่เปลี่ยนไปแปลกปนจนทุรลักษณ์
---แผ่นดินแยกแตกร้าวในเงาตนเอง
ถั่งโหมเพลงศพเร้าเข้าแตกหัก
นี่หรือคือบ้านอันแสนรัก
หลงเหลือเพียงซากปรักที่หักพัง
---นี่หรือคือมาตุคามแห่งข้าพเจ้า
ล้วนฝุ่นเถ้าจากศพทบกลบฝัง
ทุกหัวใจเคลือบอาบฉาบความชัง
กระหน่ำเสียงปืนปัง-ก็พังพับ !
---ข้าพเจ้าจึงหลงทางระหว่างหน
มืดมนราวตะวันนั้นแตกดับ
เราต่างพ่ายบนซากรอยความย่อยยับ
มิเหลือใดให้ต้องจับกับพรุ่งนี้ ! .........
โดย...Pu Pu Ratch

นี่แหละ....

...นี่แหละคือ แผ่นดิน ถิ่นสยาม
เคยงดงาม ทุรยุค ลามทุกที่
นี่แหละคือ แผ่นหล้า ปฐพี
สมัคคี เหี่ยวเฉา...แต่เนานาน...
...นี่แหละคือ สมัย โลกไฮเทค
ความเย้ายวน กลิ่นเซ็กส์ เรียกขับขาน
นี่แหละคือ รอยฝัน อันร้าวราน
เป็นผลงาน เริงรื่น อวดชื่นชม
...นี่แหละคือ สังคม อันจมปรัก
เอกลักษณ์ ตกอับ ถูกทับถม
นี่แหละคือ โง่เง่า ใต้เงาตม
ความระทม วาดงาม ด้วยความรัก
...นี่แหละคือ แสงสี ช่วงกลียุค
โหมรุก เข้าแซก จนแตกหัก
นี่แหละคือ ความจริง ต้องพิงพัก
ซึ่งประจักษ์ ใจยิ่ง ความชิงชัง..
...นี่แหละคือ สิ่งฝัน ในวันก่อน
จุดไฟ ประทุร้อน แล้วกลบฝัง
แฝงตัว ยินเสียง เพียงได้ฟัง
ประชาชน กำบัง โล่ชีวิต
...นี่แหละคือ คนไทย สมัยนี้
ไม่ยึดถือ ความดี ว่าศักดิ์สิทธิ์
ยินเสียงธรรม ดั่งว่า คือยาพิษ
เห็นกงจัก ใจคิด อยากบูชา...
...นี่แหละคือ มาตุคาม แห่งความเน่า
ทุกค่ำเช้า กลิ่นทุกข์ เข้ารุกบ่า
ทรพี แผ่นพื้น พสุธา
ผีปู่ย่า เคยหวง...ท่านทวงคืน...
...นี่แหละคือ บทสรุป บุพบท
จะพร่ำพจน์ เพียงไร ให้กลับฟื้น
หากดอกไม้ ยังไสว ใต้เงาปืน
เพียงหยิบยื่น ให้ได้...ดอกไม้จันทร์
...นี่แหละคน ไทยเอ๋ย อยากเอ่ยว่า
หันกลับมา คิดใหม่ ในสิ่งฝัน
ร่วมเป่าเสก ฝังปลูก ความผูกพัน
ลบจาบัลย์ รอยหมอง...ของแผ่นดิน...
โดย..อัง เมืองคอน