แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พลอยตะวัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พลอยตะวัน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

“ลม” โดย..พลอย ตะวัน


“...ลม...”

ลมพัดลัดทุ่งมุ่งหา
ลมมาพาใจสุขสม
ลมพลิ้วปลิวใบไม้พรม
ลมห่อผสมคมคำ

ลมรักถักคำนำอ้อน
ลมร้อนผ่อนพักปักย้ำ
ลมแรงแต่งกลอนวอนจำ
ลมพร่ำร่ำร้องปองเธอ

ลมลวงดวงใจให้ช้ำ
ลมร่ำร้องไปเสมอ
ลมบอกทายทักรักนะเออ
ลมเพ้อเผลอใจใฝ่จอง

ลมเอยเผยบอกกรอกกลิ้ง
ลมนิ่งทิ้งช่วงทรวงข้อง
ลมป้องพ้องคำทำนอง
ลมคล้องจ้องล้อมกล่อมไพร

ลมหวนชวนมาร้อยต่อ
ลมก่อรักเลยสดใส
ลมล้าครารื่นชื่นใจ
ลมไล้กิ่งใบไม้รอน

ลมโบกโลกร้อนผ่อนพัก
ลมรักทักทายหายย้อน
ลมลู่รู้สร้างทางคอน
ลมอ่อนวอนแว่วแผ่วทรวง

*** แปลงเป็นกลอนแปด...

เมื่อลมพัดลัดทุ่งใจมุ่งหา
ครั้นลมมาพาใจให้สุขสม
ยามลมพลิ้วปลิวใบไม้ไหวพรม
พอลมห่อก่อผสมใส่คมคำ

ให้ลมรักถักคำนำมาอ้อน
ยามลมร้อนผ่อนพักเพียงปักย้ำ
ถ้าลมแรงแต่งกลอนวอนคงจำ
แล้วลมพร่ำร่ำร้องอยากปองเธอ

ให้ลมลวงดวงใจใครจะช้ำ
แล้วลมร่ำร้องไปใกล้เสมอ
แต่ลมบอกทายทักรักนะเออ
หากลมเพ้อเผลอใจใฝ่จับจอง

โอ้..ลมเอยเผยบอกอย่ากรอกกลิ้ง
ถ้าลมนิ่งทิ้งช่วงทรวงข้าข้อง
ถ้าลมป้องพ้องคำร่ำทำนอง
เมื่อลมคล้องจ้องล้อมไปกล่อมไพร

ให้ลมหวนชวนเธอมาร้อยต่อ
หากลมก่อรักเผยเลยสดใส
สายลมล้าก็ยังรื่นแอบชื่นใจ
ยามลมไล้กิ่งใบไม้สะออน

สายลมโบกโลกร้อนอยากผ่อนพัก
ถ้าลมรักทักทายคงหายย้อน
ยามลมลู่รู้สร้างระหว่างคอน
ถ้าลมอ่อนวอนแว่วแผ่วถึงทรวง

..พลอยตะวัน ๕/๑๑/๕๕..

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

“ใช่ว่า..ไม่รัก” โดย..พลอย ตะวัน


“ใช่ว่า..ไม่รัก” 
หากอยากมีคนรัก พลั่กพร้อมหน้า
เดินไปหาพูดคุยลุย โจ้ง โจ้ง
จะเบือนบิดปริศนาหาคำโยง
ใครไหนโพล่งว่าเห็นมีดมากรีดคา

คิดถึงคนเคยเคียงเรียงต่อสร้อย
คำร่วมร้อยมีส่งตรงมาหา
บอกทักทายความฝันกันทุกครา
พร้อมดวงใจลอยหาถึงหน้าเรือน

เด่นเดือนลอยคล้อยมาแต่ฟากโน้น
ตรงขอบโพ้นชายเขาดาวลอยเลื่อน
หมู่ดารากะพริบพร่างข้างดวงเดือน
ส่องกระจ่างกลางเขื่อนเคลื่อนจากไป

รอยยิ้มถากยากเย้ยเคยสุขสันต์
จะร้อยปันคำหวานซ่านถึงไหน
ไม่เคยหมิ่นถิ่นคนบนทางใจ
เพราะวาจาที่สื่อให้ไม่เคยเลือน

จะเป็นดั่งยอดใบไม้สั่นไหว
ถึงลมแกว่งตามไกวไม่เห็นเหมือน
หัวใจนี้ยึดมั่นสัญญาณเตือน
ใช่แชเชือนดั่งคำพี่ย้ำปัน

ใครคิดร้ายหมายให้ใจพี่นะ?..
ใครไหนล่ะ? ที่เค้าเป็นเช่นว่านั้น
คนมาบอกกับพี่ที่พูดกัน
ให้สัมพันธ์ฉันเธอขาด ณ ..บัดนาว

น้องนั่งงงตรงนั้นฝันแทบทรุด
มิเคยหลุดวาจาพาปวดร้าว
ก้มหน้ามองพื้นปูนก่อนสูญเงา
หลบตาเศร้าคราวเจ็บเหน็บหนักจินต์

ใจถลาร่อนลมโบยโรยล้าอ่อน
โดนดอกศรปักทรวงร่วงดับดิ้น
เลือดชโลมลงมาทั่วหน้าดิน
รดโดนหินกลิ่นโชยโบยลมวน

เพียงสงสัยในรักปักใจเชื่อ
มันไม่เหลือหรือไฉนใคร่สับสน
ฟังเขาบอกหลอกให้ใจทุกข์ทน
แค่คำคนไร้ค่าวาจาลวง

กลั่นคำสร้อยร้อยใจไปจากน้อง
ไม่อยากให้พี่ต้องจ้องเป็นห่วง
ใครจามาเห็นบ้างระหว่างทรวง
แสนจะหวงช่วงหายกายก็ไกล

เดินมาดูอยู่หรือเปล่าคนเศร้าสร้อย
ปล่อยให้ไปเลื่อนลอยบ่อยไม่ไหว
มีคนเย้าหยอกนิดสะกิดใจ
ยั่วคำใส่ไฟฟืนล้อมพร้อมอำลา

มาบัดนี้บอกจะรอ พะนอรัก
จะคอยภักติส่งตาซึ้งคะนึงหา
วจีหวานมากมายจะย้ายมา
กล่อมคนล้าให้หวานซ่านถึงทรวง.../ฯ

พลอยตะวัน ๒๙/๑๐/๕๕

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

“แสงแห่งความหวัง” โดย..พลอย ตะวัน

“แสงแห่งความหวัง”

๐.ตรงเส้น ขอบฟ้า
ฉาบทา แสงตะวัน
เหมือนกับ ตัวฉัน
มองเห็น ความหวัง

๐.รอยยิ้ม ทาบอยู่
ให้สู้ อีกครั้ง
ตราบใด ที่ยัง
เธอเคียง ทุกครา

๐.เล่ห์เหลี่ยม..อารมณ์
พาจม..น้ำตา
ม่านหมอก..มายา
เหมือนว่า..ให้เกรง

๐.บางครั้ง..ที่ใจ
แพ้ให้..ตนเอง
หลงคิด..ว่าเก่ง
สุดท้าย..อ่อนล้า

๐.เมื่อแสง..สีทอง
ฉายส่อง..ขอบฟ้า
วิหค..นกกา
บินคู่..เคียงกัน

๐.สายธาร..แห่งรัก
ร้อยถัก..ใจฉัน
ยิ้มแย้ม..แบ่งปัน
ทุกวัน..พร้อมเธอ

๐.จะอยู่..หนไหน
หัวใจ..มั่นเสมอ
จะไม่..แม้เผลอ
ปล่อยใจ..เคว้งคว้าง

๐.ฝ่าความ..มัวหม่น
สองคน..ร่วมทาง
พบแสง..สว่าง
ผลิกลาง..ใจเรา

๐.ความหวัง..เบ่งบาน
ทอผ่าน..บางเบา
ดับทุกข์..รุมเร้า
คลายเศร้า..ด้วยธรรม.../ฯ

พลอย ตะวัน
๕/๑๐/๕๕

“ชีวิตมีธรรม” โดย..พลอย ตะวัน

“ชีวิตมีธรรม”

๐พบความสุขเย็น
มองเห็นชีวิต
มาเพ่งพินิจ
สร้างจิตปล่อยวาง

๐จะไม่ยึดถือ
วางมือสายกลาง
พบแสงสว่าง
บนทางผจญ

๐วัยสนธยา
ใฝ่หากุศล
ฝึกบำเพ็ญตน
เพราะผลร้าวราน

๐ชีวิตคือบุญ
นำหนุนเบิกบาน
ร่างกายหย่อนยาน
เรียกขานให้มา

๐ชีวิตคือธรรม
น้อมนำปัญญา
พิจารณา
ทุกข์ขาเสื่อมสูญ

๐หมดสิ้นแรงกาย
เราหมายเพิ่มพูน
ด้วยพลังบุญ
เป็นทุนก้าวไป

๐อยู่อย่างร่มเย็น
เพื่อเป็นไม้ใบ
ลูกหลานพึ่งได้
ยากไร้สิ้นปอง

๐เดินตามรอยบาท
ไม่ขาดศีลครอง
วันคืนฟ้าผ่อง
แสงทองส่องใจ /ฯ


พลอย ตะวัน
๓๐/๙/๕๕

“ผูกมิตร..ด้วยจิตว่าง” โดย..พลอย ตะวัน

“ผูกมิตร..ด้วยจิตว่าง”

ความโลภมากเป็นรากแหล่งแห่งความชั่ว
โลภเมามัวมองไม่เห็นเส้นฉิบหาย
คนเสียยศเสียคนบ่นวอดวาย
เรื่องทั้งหลายจากโลภะไม่ละวาง

อร่อยรสซดอาหารสำราญลิ้น
โรคทั้งสิ้นก็รอเสียบเพียบทุกอย่าง
ไขมันยานเบาหวานเดือดเส้นเลือดบาง
เป็นรากทางเที่ยวท่องของโรคา

ราคะเพศเกินเหตุผลทำคนทุกข์
ทำเสียสุขเสียผู้ใหญ่เสียใบหน้า
เสียการงานเสียบ้านหมดเสียรถรา
ราคะหนาเป็นรากทุกข์ของทุกคน

หยิบช้อนวนคนภูเขาเขาไม่หวั่น
ยังตั้งมั่นสูงลิบลับไม่สับสน
เป็นมนุษย์สูงสุดฟ้าเหนือกว่าคน
มนุษย์ทนทุกอย่างได้ไม่ขึ้นลง

เหมือนเราทนอุปสรรคและขวากหนาม
ทนเหยียดหยามเครื่องล่อได้ไม่ไหลหลง
ไม่มีตัวของตัวโกยแต่โดยตรง
ยั่งยืนยงเพื่อผู้อื่นนับหมื่นปี

ไปสรรเสริญเยินยอพะนอเขา
ไปคลอเคล้าร่วมสนุกน่าสุขี
ไปคบค้าสมาคมจมคลุกคลี
สุดท้ายดีเราก็หายมลายตาม

ส่วนคนนั้นหรือคนนี้ที่เราเกลียด
เรากลับเห็นเป็นเสนียดน่าเหยียดหยาม
ถึงดีมากหลากล้นฟ้าก็ว่าทราม
จะว่างามตรงไหนเป็นไม่มี

คอยนินทาว่าร้ายป้ายสีเขา
ให้หมองเศร้าไปทุกแหล่งแห่งวิถี
ความเกลียดชังเข้าบังใจไม่เห็นดี
เพราะเหตุนี้จึงร้อนเร่าเมื่อเขาดัง

ถ้าทำใจเราไว้ให้มันว่าง
คือปล่อยวางอารมณ์รั้นที่มันขัง
ดุจน้ำครำเพาะนำเชื้อจนเรื้อรัง
ให้ไหลหลั่งหล่นหายไปทันที

จิตจะว่างสว่างไสวใสสะอาด
งามผุดผาดน่ารักมีศักดิ์ศรี
ใครได้เห็นก็เย็นใจผูกไมตรี
ศัตรูที่คิดเหยียบย่ำก็ยำเกรง..../ฯ

พลอยตะวัน ๒๐/๑๐/๕๕

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

"รำพึง" โดย..พลอย ตะวัน

...รำพึง...

๐.เสียงใบไผ่ไกวกวัดตวัดลู่
นิ่งมองอยู่ใกล้ใกล้ร่มไทรอ่อน
อิงไหล่ซบโคนต้นใบหล่นรอน
ใจล้าผ่อนค่อยคลายหายจากตรม

๐.ยะแย้มเยื้อนเปื้อนยิ้มประพิมพ์พราย
อยู่อย่างคนเปล่าดายคล้ายขื่นขม
เหมือนเดินป่าแสนไกลในสังคม
ค่านิยมไม่ตามเหมือนความดี

๐.เอนกายหลับกับราตรีหนีไม่พ้น
ยากเหลือทนเพลิงหัวใจใคร่หลีกหนี
ไร้ความหวังไร้แรงแข่งชิงดี
ทุกนาทีเหว่ว้าเป็นอาจินต์

๐.ลมหายใจอบอวลชวนเสาะหา
ความเหนื่อยล้ามาเยือนเตือนไม่สิ้น
ทั้งยังอ่อนต่อโลกหากโบกบิน
อยู่กับถิ่นไปพลางอย่างวางใจ

๐.ขอบชายป่าแลเห็นเป็นริ้วริ้ว
ให้หวิวหวิววาบวับฤทัยไหว
จะบินกลับคืนฝั่งก็ยังไกล
มรสุมกลุ้มใส่...ไร้กำลัง

๐.แสนสงสารตัวเองเกรงโขดเขิน
ทั้งอยากเดินอยากหยุดทรุดลงนั่ง
เพราะชีวิตหมดสิ้นคนหมิ่นชัง
ไร้ความหวัง ความอาทรให้ผ่อนคลาย

๐.เมื่อมีรอยบางบางทาบผ่านผิว
ยามลมพลิ้วโบยโบกโยกไม่หาย
เพราะน้ำคำเธอฝังทั้งใจกาย
อย่าคิดหมายย้อนคืนชื่นอีกเลย

๐.ไม่อยากรู้แต่อีกใจนั้นก็อยาก
ทำใจยากลำบากเกิน...กว่าเมินเฉย
คงดีกว่าถ้าไม่รู้อะไรเลย
และจะไม่เอื้อนเอ่ย...เผยออกมา..../ฯ

พลอยตะวัน ๑๕/๑๐/๕๕

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555

“ฟ้ากว้าง..ทางแสนไกล” โดย..พลอยตะวัน

“ฟ้ากว้าง..ทางแสนไกล”

๐เวิ้งว้างทางกว้างไกล
ทะเลใหญ่สุดสายตา
คลื่นซัดความอ่อนล้า
สายลมพาระลอกไหว

๐ทรายขาวเจ้าร้าวราน
อกสะท้านซ่านหัวใจ
หาดสวยทะเลใส
ช่วงผ่านไปเป็นเพียงฝัน

๐หากคืนวันล้าโหย
ความร่วงโรยโบยสีสัน
ธรรมชาติจะจำนรรจ์
สายใยนั้นไม่ผันแปร

๐มนุษย์ทำลายขาด
ธรรมชาติหาดสูญแน่
ทั่วโลกต้องเผื่อแผ่
หาทางแก้คนทำลาย

๐หาดสวยต้องหมดใส
มหาภัยเข้าเยี่ยมกราย
คลื่นโถมทะยานหมาย
ทะเลร้ายพาวายวอด

๐สิ้นสูญในพริบตา
ปวงประชาข้าเคยกอด
ทะเลช่างเห่ทอด
เป็นตลอดคนจอดเรือ

๐แล่นลิ่วลอยล่องไป
จากแดนใต้สุดสายเหนือ
รักป่ายิ่งกว่าเสือ
เหมือนดั่งเรือรักผืนน้ำ

๐ฟ้ากว้างทะเลไกล
พัดน้ำใสไหลประจำ
สายลมจะบ่มคำ
ให้คืนค่ำคอยค้ำใจ

๐ห่วงใยหาดทรายขาว
อยากหยอกเย้าเข้าเคียงใกล้
หวนคืนถิ่นผืนไพร
รักษาไว้ให้งดงาม/ฯ

พลอยตะวัน ๓๐/๙/๕๕

วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555

“ดวงใจซ่อนรัก” โดย..พลอยตะวัน

“ดวงใจซ่อนรัก”

๐ไม่เข้าใจสักนิดพี่ชิดแนบ
ว่ามาแอบมองตาเวลาไหน
ใยไม่บอกกันบ้างนะหัวใจ
ปล่อยให้พี่คว้าไขว่ใจไปครอง

๐มาส่งประกายให้กันวันที่ว่าง
ถอดมาวางข้างกันจันทร์แสงส่อง
บอกว่าสื่อความหมายพี่ได้จอง
ใช้แววตาจับจ้องทุกห้องใจ

๐ทำไมไม่มาบอกออกจากปาก
ทำเรื่องยากให้เป็นเช่นเรื่องใหญ่
ทั้งไม่มาส่งแววตาห่วงอาลัย
ซึ้งจากทรวงฤทัยใจไหวบาน

๐น้องอยากฟังคำรักพี่ถักร้อย
ลิ้มรสหวามด้วยถ้อยคำแสนหวาน
อยากจะดูหน้าเอียงอายพี่นานนาน
สุขซาบซ่านในทรวงดวงตาวาว

๐เป็นแบบนี้นี่เองน้องเกรงนัก
เริ่มประจักษ์ว่ารักเกินจักสาว
ขอแค่แอบมองบ้างแค่ครั้งคราว
กายเหน็บหนาวที่ร้าวไหวคลายบางเบา

๐จริงหรือที่ว่ารักตั้งแต่แรก
ใครยิงศรสอดแทรกผิดกันเล่า
หรือมีอีกรักร่วมทางเรา
จึงเหมือนโดนมนต์เป่าดั่งเงาตรึง

๐ที่ว่ารักหนึ่งรักพบอีกรัก
มิอาจหักห้ามจิตใฝ่คิดถึง
เป็นเช่นนี้มานานไหม ? ใจรำพึง
ถึงอีกหนึ่งใจภักติรักนิรันดร์

๐อย่าพูดเป็นนัยนัยให้ใจเขว่
เพราะหว้าเหว่เกินทนบนลานฝัน
หากศรรักแผลงลงตรงใจกัน
ทั้งเธอฉันก็สุขทุกข์ใช่มี

๐แต่ว่านี่ไม่เป็นเช่นที่พูด
รักที่สุดจริงหรือในวันนี้
แค่สบตาสักครั้งก็นานที
แล้วอย่างนี้น่ะหรือให้เชื่อคำ..../ฯ

พลอยตะวัน ๗/๑๐/๕๕ 

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

“ผู้ถือใจ” โดย..พลอยตะวัน

“ผู้ถือใจ”

เฝ้าเมียงมองรอฟังทั้งมองหา
ทั้งคอยดูใบหน้าพาหวั่นไหว
เมื่อพี่บอกว่าน้องขยี้ใจ
เฝ้าถามไถ่ทุกวันคำมั่นรัก

มาบอกว่าคิดถึงคะนึงหา
พร้อมเป็นโอสถรักษาคราเจ็บหนัก
ร้อยใจส่งตรงทางวางเพื่อรัก
คอยทายทักให้กันมั่นทบทวน

ถ้าพี่มีของขวัญในวันพบ
ทั้งรอสบตาน้องตามท้องสวน
ผิวเรื่อเรื่อแดงซ่านผ่านเนื้อนวล
เหมือนเชิญชวนใจต้องจองลายพลาง

มาสัมผัสดวงใจพลิ้วไหวนี้
เคยทอดทิ้งตัวพี่ยามที่ห่าง
ไม่คิดถึงกันเลยผู้เคยทาง
ให้อ้างว้างเลือนห่างสร้างรอยเงา

ถึงจะเป็นเพียงลมผสมทิศ
ใช่ว่าน้องจะเอาจิตไปชิดเขา
ทั้งกายร่างรุ่มร้อนก่อนบรรเทา
เห็นพี่นั่งกอดเข่าเศร้าพะวง

ก็อยากมาดูแลแม้น้อยนิด
ไม่เคยคิดพึงใครจนใจหลง
ไม่มีแม้นคำหวานสานบรรจง
ส่งให้ตรงกลางทรวงช่วงดวงใจ

ไม่ต้องการรับฝากใจเกินหนึ่ง
ที่มามอบความลึกซึ้งตรึงคำใส่
น่าสงสารกันจริงผู้หญิงไทย
ยามที่เขาพรากไปใจถือตาม

เพราะสงสารคนช้ำแสนกำพร้า
ที่ต้องรอเวลาพาทุกข์ข้าม
อย่าหลงทางสร้างทิศติดนิยาม
พี่บอกขออยู่ท่ามคนห้ามใจ

ทั้งชีวิตจิตจองใครคล้องเฝ้า
หากไม่ใช่แต่เราเหมือนเขาไม่
ถ้าสงสารใจว่างอย่าร้างไกล
ขอร่วมมือคว้าไขว่ค้นไปดู

แค่จะบอกความนัยให้ทุกค่ำ
และจดจำคำที่พร่ำย้ำที่อยู่
คิดถึงกันบ้างไหมบอกให้รู้
เรายังคู่กันได้หรือ? คนถือใจ /ฯ :)

พลอยตะวัน
๔/ ๑๐/ ๕๕

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

"ไม่เคยคิดเป็นอื่น" โดย..พลอยตะวัน

ไม่เคยคิด..เป็นอื่น...

๐.ถ้าหากฟ้าสิ้นแล้วกับความรัก
แล้วไหนเลยจะประจักษ์ตอนรักใกล้
ยามฝนหล่นพรำพรำกระหนำไพร
คนเคยใกล้ก่อนนั้นฉันคะนึง

๐.ไม่เหลือเศษเยื่อใยให้ใฝ่หา
เมื่อก่อนเคยสบตาพาฝันถึง
เพียงผ่านมาผ่านไปใจรำพึง
จำตราตรึงติดห้วงของดวงใจ

๐.ไม่เคยคิดว่าใครไร้สิ้นค่า
มีแต่เพิ่มน้ำตาจนล้าไหว
ยังอยากหวานอยากขานนานเพียงไร
ไม่เคยลบเลือนไปจากใจกัน

๐.ไม่ได้บอกว่าใครไหนดีกว่า
เพียงอยากมาคอยท่าเดินฝ่าฝัน
อยากมองตาเวลาท้อขอมือปัน
ยื่นส่งกันให้เกาะเลี้ยวเลาะเพลิน

๐.แล้วใยพี่มาบอกกรอกเสียงขู่
แล้วก็บอกว่ารู้มาแต่เนิ่น
น้องไม่ย้ำคำนั้นใจสั่นเกิน
ถ้าพี่อยากจะเมินก็เดินมา

๐.ไม่ทิ้งหรอกดวงใจใครก็รู้
มันก็อยู่ที่เก่าเฝ้าคอยหา
ไม่ได้เปรียบรักพี่ให้มีตรา
หยุดเถิดอย่าว่ากันให้ช้ำตรม

๐.เอาอะไรมาวัดกันคะพี่
ว่าหัวใจดวงนี้ทำพี่ขม
ท้าให้ทิ้งทุกวันหวั่นระทม
รักที่ฝากเลยขมปานดมยา

๐.น้องไม่เอาหรอกสมบัติพัดสถาน
ไม่ชื่นบานสักนิดจนคิดหา
จะไม่ร้องไม่ถือแถมมือพา
ขอมีหน้าไว้รักศักดิ์ศรีตัว

๐.จะไม่หลบไปไกลไหนจากนี้
และไม่หนีห่างตาจนฟ้าสลัว
จะลงทัณฑ์หัวใจใฝ่หมองมัว
แล้วกรีดเอาเลือดตัวทาหัวใจ..../

พลอยตะวัน ๖/๑๐/๕๕